ฟุตบอลโลก 2026 เดินทางมาถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยจะเริ่มเล่นคู่แรก ฝรั่งเศส พบ โมร็อกโก ในช่วงดึกคืนพฤหัสบดี 9 ก.ค. ตามเวลาไทย
สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่ง นอกเหนือจากสภาพความพร้อมของแต่ละทีม ก็คือผลงาน ฟอร์มการเล่นที่เป็นมาของทุกคู่แข่งขัน ซึ่งจะพบว่า หลายๆ ทีมกำลังอยู่ใน “ระยะไร้พ่าย” ไม่แพ้ใครมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะแชมป์เก่า อาร์เจนติน่า, อีกหนึ่งตัวเก็งอย่าง สเปน และม้ามืดอย่าง โมร็อกโก
ฝรั่งเศส – ชนะ 6 เกมซ้อน
ตราไก่ ฝรั่งเศส เจ้าของแชมป์โลก 2 สมัย (1998, 2018) ในการส่งท้ายการทำทีมของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ อาจเดินหน้าชนะคู่แข่งมาไม่เยอะนัก ที่จำนวน 6 เกมซ้อน นั่นเป็นเพราะในช่วงเตรียมทีมก่อนลุย ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ พวกเขามีพลาดท่าแพ้ต่อ ไอวอรี่โคสต์ 1-2 ที่น็องต์ แต่กระนั้น การเล่นรอบสุดท้าย ที่ สหรัฐอเมริกา – แคนาดา – เม็กซิโก พวกเขาก็ชนะทุกนัด และยิงได้เยอะถึง 14 ประตูจนถึงตอนนี้
โมร็อกโก – ไร้พ่าย 34 เกม
เห็นเงียบๆ แบบนี้แต่ โมร็อกโก ม้ามืดที่เข้าถึงการเป็นอันดับ 4 ฟุตบอลโลก ครั้งที่แล้ว กำลังสร้างระยะไม่แพ้ใครอันยาวนานอย่างน่าทึ่ง ถึง 34 เกมติดต่อกัน นับตั้งแต่แพ้ เคนย่า 0-1 ช่วงเดือน ส.ค. 2025 ในรายการ แอฟริกัน เนชั่นส์ แชมเปี้ยนชิพ ก็ไม่แพ้อีกเลย และต้องนับรวม นัดชิง AFCON เมื่อต้นปี เช้าไปด้วย ที่เสมอในเวลา 0-0 แล้วต่อเวลา เซเนกัล ชนะ 1-0 แต่หลังจากนั้นมีการปรับแพ้ เซเนกัล มอบแชมป์ให้ โมร็อกโก แทน
สเปน – ไร้พ่าย 35 นัด
กระทิงดุในยุคของ หลุยส์ เด ลา ฟวนเต้ กำลังแล่นฉิวปลิวลม ครองแชมป์ ยูโร 2024 และกำลังหมายมั่นจะรวบแชมป์โลกครั้งนี้อย่างเต็มที่ ตอนนี้พวกเขาก็กำลังเดินหน้าสร้างสถิติไร้พ่าย ที่ยาวนานถึง 35 เกม (ชนะ 26 เสมอ 9) แต่ก็เป็นการนับเฉพาะ 90 นาทีเท่านั้น ไม่รวมที่แพ้จุดโทษ โปรตุเกส ในเกมชิง ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก กลางปี 2025
เบลเยียม – ไร้พ่าย 18 นัด
เช่นกันกับ โมร็อกโก ว่าเห็นเงียบๆ เดินผ่านยุคทองของตัวเองมาแล้ว แต่ เบลเยียม ในยุค รูดี้ การ์เซีย กุนซือชาวฝรั่งเศส ก็กำลังก้าวไปอย่างเข้มแข็ง สวยงามที่สุดครั้งหนึ่ง ตอนนี้ปรากฏว่าพวกเขาไม่แพ้ใครนานถึง 18 เกมซ้อน ตั้งแต่ที่แพ้ ยูเครน 1-3 ในรายการ ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ต้นปี 2025 และกำลังร้อนแรง 3 เกมหลัง (ในบอลโลกครั้งนี้แหละ) กดไปถึง 12 ประตู
นอร์เวย์ – ไร้พ่าย 2 เกม
กำลังมีช่วงเวลาทอง พีคสุดในประวัติศาสตร์ทีมชาติตัวเองก็ว่าได้ ด้วยเกมรุกที่นำโดยจอมปีศาจ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ที่ลงเป็นยิง ยิงเป็นเข้า อย่างไรก็ตาม นอร์เวย์ มีระยะไร้พ่ายอันแสนสั้นเพียง 2 เกมเท่านั้น แต่ก็เป็นอะไรที่เข้าใจได้ กับการลงเล่นนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่มหลังจากการันตีเข้ารอบไปแล้ว สตาเล่ โซลบัคเค่น จึงปรับส่งสำรองยกแผง และแพ้ ฝรั่งเศส ยับๆ 1-4
อังกฤษ – ไร้พ่าย 7 นัด
ไม่แพ้ใครน้อยหน่อย ที่ 7 เกม จากการที่เตะนัดอุ่นเครื่องเตรียมทีมก่อนบอลโลก ช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา แล้วแพ้พลิกล็อกต่อ ญี่ปุ่น 1-2 แต่ว่าหลังจากนั้น สิงโตคำราม ของกุนซือเยอรมัน โธมัส ทูเคิ่ล ก้าวกระโดดได้อย่างสวยงามทีเดียวเชียวล่ะ ด้วยการที่ลงสนาม 7 เกมหลังสุด (รวมในบอลโลกนี่ด้วย) พวกเขาชนะได้ถึง 6 เกม มีสะดุดเล็กๆ เพียงเกมเสมอ กาน่า 0-0 เกม 2 รอบแบ่งกลุ่ม
อาร์เจนติน่า – ชนะรวด 12 เกม
เสียสถิติไร้พ่ายด้วยการแพ้เกมคัดบอลโลกต่อ เอกวาดอร์ 0-1 เมื่อ ก.ย. 2025 เพียงแต่ ณ ตรงนั้น อาร์เจนติน่า ลงสนามแบบไม่ซีเรียส เพราะตีตั๋วเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ได้ไปก่อนแล้ว แล้วหลังจากนั้น เด็กๆ ของ ลิโอเนล เมสซี่ & ลิโอเนล สคาโลนี่ ก็ไล่ตบคู่แข่งมาแบบไม่เว้นวรรค ชนะมาถึง 12 เกมติดต่อกันแล้ว รวมที่ต่อเวลาชนะ เคปเวิร์ด 3-2 และพลิกนรกตามหลัง อียิปต์ 0-2 มาชนะ 3-2 ล่าสุดนี่ด้วย
สวิตเซอร์แลนด์ – ไร้พ่าย 8 เกม
ตามจริง สวิตเซอร์แลนด์ ของกุนซือ มูรัต ยาคิน กระท่อนกระแท่นพอตัวในช่วงปีหลังๆ พวกเขาเริ่มต้นปี 2026 ด้วยการแพ้เกมลับแข้งต่อ เยอรมนี 3-4 และหลังจากนั้น ชนะบ้าง เสมอบ้าง แต่จนวันนี้ก็นับเป็นระยะไร้พ่าย 8 เกมติดต่อกัน เป็นชนะ 4 เสมอ 4 เท่าๆ กัน รวมถึงที่เสมอ โคลอมเบีย 0-0 รอบที่แล้ว และชนะจุดโทษในท้ายที่สุด
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET