สวยใสไร้ปัญหา ฝรั่งเศส สยบ โมร็อกโก ได้ไม่ลำบาก 2-0 รอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ที่เล่นกันเมื่อ 9 ก.ค.
เกมที่ ยิลเล็ตต์ สเตเดี้ยม, ฟ็อกซ์โบโร่ ซึ่งถือเป็นคู่แรกสุดของรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ฝรั่งเศส โดยกุนซือ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ มีปรับทัพเล็กๆ ส่ง เดซิเร่ ดูเอ้ มาทำเกมรุกแทน แบร๊ดลี่ย์ บาร์โคล่า ส่วนแดนกลางยึด มานู โคเน่ ไว้เมื่อ ออเรเลียง ชูอาเมนี่ ยังไม่พร้อม
ฝั่ง โมร็อกโก ก็มีการโรเตชั่นเช่นกันเมื่อ อิสมาเอล ไซบารี่ เจ็บจากเกมที่แล้ว นัดนี้เปิดทางให้ เชมส์ดีน ทัลบี้ ลงมาเล่นร่วมกับ บราฮิม ดิอาซ และ บิลัล เอล คันนุส
เริ่มเกมมาพร้อมพายุเกมบุกของ ฝรั่งเศส โดยที่ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ พาขึ้นไปส่องหนแรกก่อนเลย ติดเซฟ บาสซีน บูนู จอมหนึบโมร็อกโก
จังหวะเตะมุมต่อเนื่อง บอลมาที่ อุสมัน เดมเบเล่ เปิดแม่นๆ เข้าไปให้ ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ ขึ้นโหม่งโล่งโจ้งจากระยะแค่ 4-5 หลา ยังคงติดเซฟ บูนู
นาที 26 ฝรั่งเศส มาได้จุดโทษเมื่อ นุสแซร์ มาซราวี ทะเล่อทะล่าเสียบสกัด เอ็มบัปเป้ เช้าเต็มขาแบบไม่โดนบอล ผู้ตัดสินอาร์เจนติน่าเป่าจุดโทษแบบไม่ต้องเช็กซ้ำ แม้หลังจากนั้น VAR ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะยืนยันจุดโทษก็ตาม
อย่างไรก็ตาม เอ็มบัปเป้ เลือกยิงไปทางขวามือของตัวเองแบบไม่ค่อยมีน้ำหนัก ก็ติดเซฟ บูนู เข้าอย่างจังเหมือนเคย ฝรั่งเศส อดได้ประตูนำ
โอกาสหนต่อมาก็ยังเป็นของทีมตราไก่ เดซิเร่ ดูเอ้ พาบอลลุยเดี่ยวมาจนถึงจุดอันตราย แล้วแปเน้นๆ กะให้เข้าเสาแรก ก็ใช่เลย ติดเซฟ ยาสซีน บูนู
ท้ายครึ่งแรก ลูก้าส์ ดีญ ดันขึ้นส่องจากหน้าเขตโทษ บอลพุ่งแรงเป็นนักเกิ้ลบอลเห็นๆ คราวนี้ติดปลายมือ บูนู แล้วกระแทกคานบนเข้าเต็มรัก
ดังนั้นผ่านครึ่งแรกยังคง 0-0 ในรูปเกมที่ ฝรั่งเศส พับสนามบุก สร้างโอกาสจบ 13 ครั้ง และยิงตรงกรอบ 5 รอบ แต่ยังไม่ได้ประตูออกนำ
เริ่มครึ่้งหลัง โมร็อกโก มีได้ทำเกมบุกบ้าง แต่ว่าโอกาสจบใกล้เคียงต่อมาก็ยังเป็นของ ฝรั่งเศส นาที 55 เดซิเร่ ดูเอ้ พาขึ้นไปตะบันเต็มเท้าทางฝั่งซ้ายเขตโทษ บอลลอยเข้าหากรอบน่ากลัว แต่ตรงนั้นก็ยังมี บูนู ตะปบไว้เข้าอ้อมอก
และแล้วเมื่อครบชั่วโมง สกอร์บอร์ดก็ทำงานจนได้ ฝรั่งเศส พังตาข่ายนำ 1-0 ไม่ใช่ใครที่ไหน คีลิยัน เอ็มบัปเป้ เก็บบอลได้ในจุดอันตราย แล้วเลือกปั่นโค้งๆ ด้วยขวาอ้อมตัว อิสซ่า ดิย็อป และลูกพุ่งเข้าเสียบเสาสองแบบที่ บูนู หมดสิทธิ์เซฟ แม้ โมร็อกโก พยายามประท้วงแฮนด์บอล ลูก้าส์ ดีญ แต่ไม่เป็นผล
ประตูนึ้ของ เอ็มบัปเป้ ยังทำให้กัปตันทีมชาติฝรั่งเศส ขยับไปอยู่ที่ 8 ประตู นำดาวซัลโว ฟุตบอลโลก 2026 ร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ อีกครั้ง
แล้วถัดจากนั้น นาที 66 ฝรั่งเศส ก็ฉวยโมเมนตั้มหนีไปเป็น 2-0 เลย จากจังหวะโซโล่เดี่ยวของ อุสมัน เดมเบเล่ ที่พาขึ้นหน้าไปจากวงกลมกลางสนาม ก่อนหักเข้าเท้าถนัดแล้วตวัดยิงเน้นๆ ผ่านมือ บูนู เข้าประตูไปอย่างยอดเยี่ยม 2-0 ของ เลส์ เบลอส์
สกอร์ถ่าง 2-0 แล้ว ฝรั่งเศส เล่นง่ายขึ้นเยอะ เคาะบอลไปมาไม่เร่งเกม ในขณะที่ โมร็อกโก แม้พยายามลุยสู้ แต่ก็สร้างเกมไปลุ้นจบสกอร์ได้ยากเย็น โดยนาที 76 ฝรั่งเศส ต้องเปลี่ยน เอ็มบัปเป้ ออกไปพักบ้างหลังโดนไล่เตะติดดาบอยู่ตลอด เป็น ชอง-ฟิลิปป์ มาเตต้า ลงมาแทน
ท้ายเกม โมร็อกโก มีได้ส่องอยู่ 1-2 หน แต่ก็ไม่ผ่านมือ ไมค์ เมนยอง ทั้งหมด จนจบเกมไปที่ ฝรั่งเศส ชนะสวยๆ 2-0 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ไปรอพบผู้ชนะคู่ สเปน – เบลเยียม
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET