ผลฟุตบอล พรีเมียร์ลีก เมื่อวันจันทร์ 4 พ.ค. 2569 ออกผลแบบที่จ่าฝูง อาร์เซน่อล ต้องฉีกยิ้ม กับการที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สะดุดเสียเฉยๆ ทำได้ดีที่สุดเพียงตามตีเสมอ เอฟเวอร์ตัน 3-3 ส่งผลให้ อาร์เซน่อล เข้าใกล้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มากขึ้นอีกก้าว
เกมที่ ฮิลล์ ดิคกินสัน สเตเดี้ยม ลงสนามกันโดยที่หากว่า แมนฯ ซิตี้ เอาชนะได้ จะขยับเข้าใกล้ อาร์เซน่อล เหลือเพียง 3 คะแนน พร้อมกับยังคงแข่งน้อยกว่าอยู่ 1 นัด
เปิดฉากมาทีมเยือนไล่บี้บุกใส่เจ้าถิ่นอย่างหนัก นาที 18 โอกาสส่องหนแรกของ รายัน แชร์กี เต็มข้อ แต่ยังโดน จอร์แดน พิคฟอร์ด ทุบออกมาได้ ก่อน อองตวน เซเมนโย่ เก็บบอลต่อแล้วแหวกเข้าไปซัดหลุดเสาออกไปนิดเดียว
ประตูแรกของเกมต้องรอถึงนาที 43 และเป็น แมนฯ ซิตี้ ชิงขึ้นนำ 1-0 เชเรมี่ โดกู สบโอกาสล็อกหนีตบประกบแล้วกดด้วยซ้ายบอล พุ่งโค้งเข้าเข้าประตูไปอย่างสวยงาม
ครึ่งหลัง นาที 60 เจ้าบ้าน เอฟเวอร์ตัน ได้โอกาสสวนกลับ อิลลิมาน เอ็นดิอาย พาบอลเลี้ยงจี้เข้ามาก่อนซัดเสาแรกแต่ จานลุยจิ ดอนนารุมม่า ยังเหนียวปัดปลายมือออกไปได้
อีก 6 นาทีต่อมา เอ็นดิอาย ทิ้งโอกาสทองอีกครั้่งหลังหลุดเข้าไปซัดเน้นๆ แต่ยังติดเซฟของ ดอนนารุมม่า
อย่างไรก็ตาม นาที 68 มาร์ค เกฮี มาพลาดง่ายๆ เมื่อส่งบอลคืนหลังให้ ดอนนารุมม่า แต่น้ำหนักเบาเกินไป กลายเป็นส่งให้ เธียร์โน่ บาร์รี่ ตัวสำรองวิ่งไปซัดผ่านตัวนายด่านเรือใบสีฟ้าเข้าไปให้ เอฟเวอร์ตัน ไล่ตีเสมอ 1-1
นาที 73 กลายเป็น เอฟเวอร์ตัน ที่พลิกแซงขึ้นนำ 2-1 จากจังหวะเตะมุม เจมส์ การ์เนอร์ เปิดโค้งมาเสาแรกให้ เจค โอไบรอัน โขกเข้าไปอย่างเด็ดขาด
ยังแย่ไม่พอ เรือใบสีฟ้า มาพลาดอีกในนาที 81 โดนความเร็วของ เมอร์ลิน โรห์ล ลากตัดเข้ามาในกรอบก่อนจ่ายไปหน้าประตูให้ เธียร์โน่ บาร์รี่ จิ้มเข้าไปง่ายๆ เจ้าบ้านหนีห่าง 3-1
แต่ไม่ถึง 2 นาทีต่อมาหลังเขี่ยบอลกลางสนาม มาเตโอ โควาซิช จ่ายบอลทะลุให้ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ หลุดเข้าไปชิปผ่าน จอร์แดน พิคฟอร์ด เข้าไปพา แมนซิตี้ ไล่มา 2-3
เกมน่าจะจบด้วยชัยชนะของเจ้าถิ่น แต่แล้วช่วงทดเจ็บ นาที 90+7 แมนฯ ซิตี้ มาไล่ตีเสมอ เอฟเวอร์ตัน 3-3 จนได้จากการยิงโค้งๆ หน้าเขตโทษของ เชเรมี่ โดกู ที่บอลมุดเสาสองเข้าไปอย่างสุดสวย
ท้ายสุดจบเกมแบ่งแต้มกันไป ทำให้ เรือใบสีฟ้า มีเพิ่มเป็น 71 คะแนน ตามหลังจ่าฝูง อาร์เซน่อล 5 แต้ม แม้จะแข่งน้อยกว่า 1 นัด แต่โอกาสคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ณ ตอนนี้ อยู่ในมือ อาร์เซน่อล แล้ว ที่ถ้าชนะรวดได้ใน 3 เกมสุดท้าย ก็ไม่ต้องคำนึงถึงผลของ แมนฯ ซิตี้ แต่อย่างใด
เชลซี ฟุบไม่ฟื้น พลาดตั๋ว ชปล. เรียบร้อย
ด้านคู่เร็วในวันจันทร์ เชลซี ยังทำผลงานเลวร้ายต่อไป ด้วยการแพ้คาบ้านต่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-3 ทำให้พวกเขาหมดสิทธิ์ลุ้นตั๋ว ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไปแล้ว
อันที่จริง เกมนี้ วิตอร์ เปเรยร่า กุนซือฟอเรสต์ ตัดสินใจส่งบรรดาตัวสำรองลงหลายราย เนื่องจากเก็บแกนหลักไว้ลงเล่นรอบรองชนะเลิศ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก กับ แอสตัน วิลล่า
แต่ ฟอเรสต์ ก็จัดการกับ เชลซี ได้อย่างอยู่มือ ด้วยประตูของ ไทโว อโวนิยี่ น.2, จุดโทษของ อีกอร์ เชซุส น.15 และ ไทโว อโวนิยี่ อีกเม็ด น.52 ส่วน เชลซี ตีไข่แตกได้จากลูกยิงจักรยานอากาศของ ชูเอา เปโดร น.90+3 ภายหลัง โคล พาลเมอร์ พลาดจุดโทษสำคัญตอนท้ายครึ่งแรก
เชลซี แพ้ในลีก 6 นัดติดต่อกันเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ปี 1993 หรือหนแรกในรอบ 33 ปี โดยเป็นการแพ้ นิวคาสเซิ่ล 0-1, แพ้ เอฟเวอร์ตัน 0-3, แพ้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-3, แพ้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0-1, แพ้ ไบรท์ตัน 0-3 และแพ้ ฟอเรสต์ 1-3
ทัพสิงห์ ยังหมดสิทธิ์ไปลุย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แล้ว จากการตกอันดับมาอยู่ที่ 9 แล้วในตอนนี้ ตามหลังอันดับ 5 โควตาสุดท้ายที่ได้ไป ชปล. ถึง 10 คะแนนเต็มขณะเหลือ 3 เกมสุดท้ายเท่านั้น
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powerd by 12BET