สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) ประกาศรายชื่อ 11 นักเตะ ติดทีมยอดเยี่ยม ประจำทัวร์นาเมนต์ ฟุตบอลโลก 2026 ออกมาอย่างเป็นทางการ เรียบร้อยแล้ว ปรากฏมีแข้งแชมป์โลก จากทีมกระทิงดุ สเปน ติดมาเพียง 3 รายเท่านั้น
ทีมชุตนี้เกิดขึ้นจากการลงคะแนนโหวตของแฟนบอลทั่วโลก ผ่านเว็บไซต์ของ ฟีฟ่า โดยมาในแผนการเล่นระบบ 4-3-3
ผู้รักษาประตู
โวซินญ่า (เคปเวิร์ด)
ชื่อสุดเซอร์ไพรส์ประจำ ฟุตบอลโลก 2026 เมื่ออันที่จริง นี่คือนายประตูโนเนมที่เพิ่งถูกปล่อยตัวออกจาก ชาเวส ทีมในลีกรองของโปรตุเกส เท่ากับมาเล่น ฟุตบอลโลก แบบไร้สังกัด แถมยังสูงวัยถึง 40 ปีเข้าไปแล้ว แต่ปรากฏว่า โวซินญ่า แจ้งเกิดได้ตั้งแต่เกมแรกที่เซฟ 7 ครั้งพา เคปเวิร์ด เสมอ สเปน 0-0 รวมถึงเข้ารอบน็อกเอาต์ได้ด้วย
กองหลัง
ดาโยต์ อูปาเมกาโน่ (ฝรั่งเศส)
เป็นการเลือกที่ถูกต้องของ ดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ ที่ใช้งานเซนเตอร์แบ็กจาก บาเยิร์น มิวนิค มาก่อนตัวเลือกอื่นๆ สำหรับการจับคู่ วิลเลี่ยม ซาลิบา จนต้องถือว่า อูปาเมกาโน่ มีส่วนสำคัญเลยสำหรับเกมรับของ ฝรั่งเศส ที่ลุยเข้าจนถึงรอบตัดเชือก
ลิซานโดร มาร์ติเนซ (อาร์เจนติน่า)
อาจปิดฉากได้แบบไม่สวย ด้วยปัญหาบาดเจ็บและต้องเปลี่ยนออกจากสนาม นัดชิงชนะเลิศ ที่แพ้ สเปน แต่กระนั้น ตลอดทัวร์นาเมนต์ เซนเตอร์แบ็กจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ทั้งเกมรับที่แข็งแกร่ง และการเติมเกมรุก ขึ้นมาทำได้ 1 ประตูสวยๆ ในเกมชนะ เคปเวิร์ด รอบ 32 ทีมสุดท้าย
มาร์ก กูกูเรย่า (สเปน)
มีเส้นทางชีวิตที่ขึ้นสุดๆ ไปเลยในช่วง 1-2 ปีหลัง ทั้งที่ก่อนหน้านั้นกึ่้งๆ จะเป็นส่วนเกินในทีม เชลซี เสียด้วยซ้ำ แบ็กซ้ายหัวฟู เล่นด้วยความมั่นใจสูง และคุณภาพสูงมากเช่นกัน สำหรับการสนับสนุนเกมทางฝั่งซ้ายของ สเปน โดยนอกเหนือจากที่ช่วยให้ สเปน คลีนชีต 7 เกมแล้ว ก็มีอีก 2 แอสซิสต์ด้วย
เปโดร ปอร์โร่ (สเปน)
ตามจริง มาร์กอส ยอเรนเต้ ถูกเลือกใช้งานก่อน แต่เมื่อ ปอร์โร่ ถูกส่งลงแล้วก็แล่นฉิว โดยเช่นเดียวกับ มาร์ก กูกูเรย่า ที่นอกจากช่วยให้ สเปน คลีนชีต 7 เกมแล้ว แบ็กขวาจาก สเปอร์ส ก็ยังลุยขึ้นไปพังตาข่ายได้ถึง 2 ประตู ในเกมชนะ ออสเตรีย 3-0 และชนะ ฝรั่งเศส 2-0 ที่ถือเป็นลูกสำคัญมากๆ ส่ง สเปน เข้าชิงชนะเลิศและไปถึงแชมป์ในท้ายที่สุด
กองกลาง
โรดรี้ (สเปน)
เป็นอีกคนที่แสดงให้เห็นชัดว่า แม้ชีวิตจะต้องเจออุปสรรคครั้งใหญ่ แต่หัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ก็มักนำพาชัยชนะมาให้ได้เสมอ ถัดจากช่วงของการพักยาวนับปีและฟอร์มแย่ๆ กับ แมนฯ ซิตี้ ปรากฏว่า โรดรี้ ในวัย 30 เรียกฟอร์มสุดยอดกลับมาได้ใน ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ การันตีด้วยรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำรายการ
จู๊ด เบลลิงแฮม (อังกฤษ)
ไม่ได้มีฤดูกาลที่น่าจดจำกับ เรอัล มาดริด แต่เมื่อเปลี่ยนมารับใช้ชาติแล้ว เบลลิงแฮม ระเบิดฟอร์มได้อย่างน่าทึ่ง โดยเฉพาะการสอดจากแถวสองขึ้นไปทำประตู เกมแล้วเกมเล่า ประตูแล้วประตูเล่า สุดท้าย ดาวเตะวัย 23 ยิงได้ถึง 7 ประตู มากกว่าดาวยิงกัปตันทีมอย่าง แฮร์รี่ เคน (6 ลูก) เสียอีก
ไมเคิล โอลิเซ่ (ฝรั่งเศส)
ยิ่งเล่นยิ่งดี ยิ่งลงยิ่งโดดเด่น อันที่จริงในบางแง่ต้องถือว่า โอลิเซ่ มี ฟุตบอลโลก 2026 ที่น่าหงุดหงิดอยู่บ้าง กับการจบเพียงอันดับ 4 และยิงวืดยิงวาดไม่ได้ประตูสักลูก แต่เขาฝากสถิติตลอดกาลเอาไว้ กับการทำแอสซิสต์ถึง 7 ครั้ง สูงสุดสำหรับการเล่น เวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย 1 สมัย ทำลายสถิติของตำนานอย่าง เปเล่ ลงได้
กองหน้า
ลิโอเนล เมสซี่ (อาร์เจนติน่า)
ในวัย 39 และการเล่น ฟุตบอลโลก ครั้งสุดท้าย ต้องถือว่า ลิโอเนล เมสซี่ สร้างความมหัศจรรย์ได้อย่างเหลือเชื่อ กับฟอร์มระดับมาสเตอร์พีซตั้งแต่ต้นยันเกือบจบ ยิงได้ถึง 8 ประตู หนึ่งในนั้นมีแฮตทริกใส่ แอลจีเรีย ด้วย แถมมีอีก 4 แอสซิสต์ น่าเสียดายที่ในเกมชิงชนะเลิศ โดน สเปน บดบังรัศมีไปเสีย
เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ (นอร์เวย์)
ไม่มีอะไรต้องพิสูจน์ตัวเองอีกแล้วสำหรับ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ว่านี่คือยอดดาวยิงแห่งยุคสมัย กับวัย 26 ปีที่กระหน่ำประตูอย่างสนุกทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ เป็นส่วนสำคัญสุดที่พา นอร์เวย์ มาได้ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย และนี่คือฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย หนแรกของเขา ที่ทิ้งสถิติไว้ด้วย 7 ประตู
คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (ฝรั่งเศส)
ไม่ว่าจะรักหรือเกลียดเขา สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้ก็คือ เอ็มบัปเป้ คือของจริง ตัวจริงในเรื่องถล่มตาข่าย จาก 8 นัดของ ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ ดาวยิงวัย 27 ยิงไม่ได้เพียง 2 เกม นอกนั้นสลุตประตูได้ถึง 10 ลูก คว้าดาวซัลโว และรวมถึงสะสมยอดใน เวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย เป็น 22 ประตูเข้าไปแล้ว สูงสุดตลอดกาลเหนือ ลิโอเนล เมสซี่
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET