เหนื่อยหน่อยแต่ยังชนะ อังกฤษ ฝ่าทุกอุปสรรค สยบเจ้าภาพร่วม เม็กซิโก 3-2 เกมรอบ 16 ทีมสุดท้าย เมื่อ 5 ก.ค. ที่ตรงกับช่วงสายวันจันทร์ ตามเวลาไทย
เกมที่ สตาดิโอ อัซเตก้า วันก่อนมีกระแสข่าวจะเลื่อนเตะเร็วขึ้นถึง 6 ชั่วโมง เนื่องจากสภาพอากาศมีพายุฝน สุดท้ายพับแผนไป แต่เมื่อถึงเวลาก่อนคิกออฟ 1 ชั่วโมง ก็มีการยืนยันอย่างเป็นทางการ ถึงการที่ต้องเลื่อนออกไปราว 1 ชั่วโมง จากเดิมเริ่มเล่น 7 โมงเช้าเวลาไทย เป็นเตะ 8 โมงเช้า
ในส่วนการจัดทัพ เจ้าภาพ เม็กซิโก ไม่มีการเปลี่ยนทีมทั้งสิ้นจากเกมที่แล้ว นำโดย ราอูล ฮิมิเนซ, ฮูเลี่ยน กินโยเนส, โรแบร์โต้ อัลวาราโด้, กิลแบร์โต้ โมร่า
ฝั่ง โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือเยอรมันของทีมชาติอังกฤษ หมุนทีมจากรอบก่อนนี้ 3 ราย จาเรลล์ ควอนซาห์ คืนทัพตำแหน่งแบ็กขวา เกมรุกมี บูกาโย่ ซาก้า กับ แอนโธนี่ กอร์ดอน รวมถึง จู๊ด เบลลิงแฮม หนับหนุนหน้าเป้า แฮร์รี่ เคน
เกมเริ่มต้นขึ้นโดยที่ปราศจากสายฝน ปรากฏเพียง 59 วินาที อังกฤษ โดนแล้ว 1 ใบเหลือง เดแคลน ไรซ์ รับไปจากผู้ตัดสินออสเตรเลีย อาลีเรซ่า ฟากานี่ ข้อหายกเท้าสูงใส่ หลุยส์ โรโม่
เกมในช่วงสิบนาทีแรก เม็กซิโก คุมสถานการณ์ครองบอลได้เป็นส่วนใหญ่ แต่ยังไม่อาจเจาะเกมรับ อังกฤษ เข้าไปทำอันตรายอะไรได้ จนนาทีที่ 15 เม็กซิโก สร้างโอกาสหนแรก โรแบร์โต้ อัลวาราโด้ สาดจากขวามาให้ ราอูล ฮิมิเนซ ทิ้งตัวขวิดเน้นๆ ลูกลอยเข้าหากรอบ จอร์แดน พิคฟอร์ด ต้องผวาปัดทิ้งไป
จากนั้น อังกฤษ เริ่มทำเกมได้ดีขึ้นบ้าง แต่ก็ยังหาจังหวะจะแจ้งไม่เจอ นาที 26 แอนโธนี่ กอร์ดอน กระชากจากซ้ายตัดเข้าในไปส่องเต็มเท้า แต่บอลไม่แรง เข้ามือ ราอูล รันเคล
เข้าช่วงปลายครึ่งแรก เม็กซิโก ครองบอลเหนือกว่าเล็กน้อย แต่รูปเกมค่อนข้างอึดอัด อังกฤษ ถอยลงตั้งรับแน่นรวมถึง แฮร์รี่ เคน ก็ลงไปช่วยแดนกลางด้วย
แต่แล้วจู่ๆ อังกฤษ ขยับนำดื้อๆ ในนาที 36 จังหวะสวนเร็วขึ้นหน้าด้วยการถ่ายบอลแค่ 3 จังหวะจาก พิคฟอร์ด ไปที่ ไรซ์ แล้วออกขวาต่อไปที่ ซาก้า ซึ่งครอสจากขวามาหน้าประตูให้ จู๊ด เบลลิงแฮม ทิ่มโขกเข้าประตูไปไม่เหลือ 1-0 ของสิงโตคำราม
ไม่เท่านั้น สองนาทีให้หลัง อังกฤษ ฉวยโอกาสบวก 2-0 ไปเลย เอลเลียตต์ แอนเดอร์สัน ตัดลูกได้ในแดนเจ้าถิ่น จู๊ด เบลลิงแฮม ป้ายออกให้ แฮร์รี่ เคน พาไปทางขวาเขตโทษแล้วตบเข้ากลางให้คนดีคนเดิม เบลลิงแฮม เข้าชาร์จลูกปะทะตาข่าย สิงโตโอ้โห 2-0 เป็นประตูที่ 4 แล้วของ เบลลิงแฮม ในฟุตบอลโลก 2026
แต่ครึ่งแรกก็ยังไม่จบง่ายๆ เม็กซิโก ไล่ตีตื้น 1-2 ในนาที 43 จากฟรีคิกทางซ้ายเปิดเข้าใน บอลเด้ง จาร์เรลล์ ควอนซาห์ มาเข้าทาง ฮูเลี่ยน กินโยเนส วอลเลย์สวนเปรี้ยงเดียวผ่าน พิคฟอร์ด เข้าไป
ทดเจ็บ เม็กซิโก หวิดตีเสมอได้ด้วยจากลูกโหนโหม่งของ ราอูล ฮิมิเนซ บอลจะเสียบใต้คานอยู่แล้วแต่ พิคฟอร์ด ยังสปริงตัวปัดพ้นคานได้ทัน ทำให้ครึ่งแรกจบไป ห่างกันแค่สกอร์เดียว
ต่อครึ่งหลัง อังกฤษ หวิดบวกเพิ่มเม็ดสามในนาที 49 นิโก้ โอไรลี่ ดันเกมขึ้นมาส่องเน้นๆ บอลลอยเข้าจูบเสาขวามือเต็มใบ
แล้วแม้ อังกฤษ จะลงมาทำได้ดีทีเดียวในครึ่งหลัง แต่เล่นไปถีงนาที 54 พวกเขากลับต้องเหลือ 10 คนเท่านั้น จังหวะ จาร์เรลล์ ควอนซาห์ ล้มเสียบ เฮซุส กายาร์โด้ แล้วเปิดปุ่มสูงใส่ขาคู่แข่ง ผู้ตัดสินย้อนมาเช็ก VAR ชั่วครู่ แล้วกลับมาแจกใบแดงให้กับแบ็กขวาจำเป็นของอังกฤษ
เหลือสิบคน ทูเคิ่ล ตัดสินใจปรับหมากแก้เกมส่ง จอห์น สโตนส์ ลงไปยืนแบ็กขวา แทนตัวรุกอย่าง บูกาโย่ ซาก้า
ปรากฏว่าเหมือน จอห์น สโตนส์ เป็นตัวนำโชค ลงไปปุ๊บ อังกฤษ ได้จุดโทษปั๊บ จากบอลสาดขึ้นหน้า เคน โขกตั้งให้ กอร์ดอน ทะลุเข้าไปโดน ราอูล รันเคล รวบล้ม ผู้ตัดสินชี้จุดโทษทันที และ แฮร์รี่ เคน รับหน้าที่สังหารส่งลูกปะทะตาข่ายไม่มีพลาด อังกฤษ ทิ้ง 3-1 ในนาที 60
อย่างไรก็ตาม 7 นาทีให้หลัง เม็กซิโก ก็มาได้จุดโทษคืนบ้าง จังหวะ แฮร์รี่ เคน พยายามเตะสกัด ไปโดนเท้า ไบรอัน กูเตียร์เรซ ที่แหย่เข้ามาพอดี ท่านเปาเช็ก VAR แล้วเป่าจุดโทษแบบไม่ลังเล ซึ่งเป็น ราอูล ฮิมิเนซ แปเน้นๆ ผ่านมือ พิคฟอร์ด เข้าไป ไล่มากระชั้น 2-3
หลังพักเบรคให้น้ำ นาที 75 อังกฤษ มีเปลี่ยนเพิ่มอีก 2 เจด สเปนซ์ แทน นิโก้ โอไรลี่ และ แดน เบิร์น ถูกส่งลงในบอลโลกครั้งนี้เป็นหนแรก แทน แอนเดอร์สัน พร้อมปรับหมากเป็นสามเซนเตอร์แบ็ก 5-3-1 เน้นรับเต็มกำลัง
ท้ายเกมเป็น เม็กซิโก ครองบอลลุยใส่แบบไม่คิดชีวิต แต่ก็ต้องเจองานหนักกับความพยายามเจาะเกมรับของ อังกฤษ ที่ลงไปตั้งรับกันสุดตัว แม้ทดเจ็บจะบวกให้ 11 นาที แต่เกมปิดสนิทแล้ว จบที่ อังกฤษ เฉือนชัย 3-2
เม็กซิโก ตกรอบ ฝั่ง อังกฤษ ฝ่าด่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปดวล นอร์เวย์ ของ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ และหลายดาวเตะที่ค้าแข้งอยู่ใน พรีเมียร์ลีก ด้วยกันเอง
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET