Skip to main content

12BET Thailand 2026

Categories
FIFA 2026

12BET อังกฤษ ตัดเชือก! เบลลิงแฮม ซัด 2 แซงทุบ นอร์เวย์ 2-1

จู๊ด เบลลิงแฮม รับบทซูเปอร์ฮีโร่อีกครั้ง เหมาซัด 2 ประตูพา อังกฤษ แซงชนะ นอร์เวย์ 2-1 เกมรอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 เมื่อ 11 ก.ค.

เกมที่ ฮาร์ด ร็อค สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นคู่ที่ 3 ของรอบ 8 ทีมสุดท้าย นอร์เวย์ ของกุนซือ สตาเล่ โซลบัคเค่น มีการปรับแนวรุก ดร็อป อันโตนิโอ นูซ่า เปิดทางให้ อันเดรียส ชเยลเดรุป ลงลากเลื้อย สนับสนุน เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ และ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ

ฝั่ง โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือเยอรมันของ อังกฤษ แก้ปัญหาแบ็กขวาด้วยการใช้ เอซรี่ คอนซ่า แล้ววางคู่เซนเตอร์เป็น จอห์น สโตนส์ กับ มาร์ก เกฮี ส่วน เดแคลน ไรซ์ ฟิตลงเล่นทัน และเกมรุกหย่อน โนนี่ มาดูเอเก้ ลงไปช่วยงาน แฮร์รี่ เคน, แอนโธนี่ กอร์ดอน รวมถึง จู๊ด เบลลิงแฮม

เริ่มเกมช่วงแรก อังกฤษ ครองบอลทำเกมได้มากกว่า แต่ก็ไม่ได้เร่งเร้าที่จะลุยเข้าใส่แบบเต็มกำลัง ส่วน นอร์เวย์ มาด้วยหมาก 4-1-4-1 แพ็คแดนกลางแน่น ทิ้ง ฮาแลนด์ ห้อยสูงไว้รายเดียว

เกมเดินผ่าน 20 นาทีแรก โดยที่ต่างฝ่ายไม่สามารถสร้างโอกาสจบสกอร์ได้แม้แต่ครั้งเดียว แม้ อังกฤษ จะครองบอลเหนือกว่าในระดับ 70:30 แต่ก็เข้าไปไม่ถึงจุดอันตราย

ผ่านช่วงเบรคให้น้ำหนแรก ถึงนาที 29 อังกฤษ ได้ลุ้นประตูจริงจังจากฟรีคิกระยะได้เสียว ห่างเขตโทษแค่ 2 ก้าว แต่ แฮร์รี่ เคน สาวเท้าเข้าตะบันเต็มแรง ส่งลูกข้ามคานไปไกล

นาที 35 เป็นโอกาสลุ้นหนแรกของ นอร์เวย์ จากการขึ้นเกมทางขวา ยูเลียน รีเออร์สัน สาดไปเข้าหัว ฮาแลนด์ ขวิดเต็มๆ ยังตรงตัว พิคฟอร์ด

ปรากฏว่าถัดจากนั้นแค่นาทีเดียว สกอร์บอร์ดขยับทำงานแล้ว เป็น นอร์เวย์ นั่นเองที่ขึ้นนำ 1-0 พาทริค เบิร์ก เข้าตัดเกมจาก แฮร์รี่ เคน แบบไม่ฟาวล์ ก่อนบอลถ่ายออกซ้ายไปที่ อันเดรียส ชเยลเดรุป โยนแบบกึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าหาประตู กลายเป็นบอลลอยเข้าเสาสองแบบที่ พิคฟอร์ด ไปไม่ถึงอย่างพอดิบพอดี นอร์เวย์ นำ 1-0

โมเมนตัมเอียงไปทาง นอร์เวย์ เลยทันที จากนั้นยังมีโอกาสส่องอีก 2-3 หน ทั้งจาก ซอร์ล็อธ และ มาร์ติน โอเดการ์ด หนแรกข้ามคานนิดเดียว ต่อมาติดเซฟ พิคฟอร์ด

แต่ก่อนที่ครึ่งแรกจะจบไปโดยที่ นอร์เวย์ นำหน้า อังกฤษ ก็มาตามตีเสมอ 1-1 ได้ตอน 45+1 เอลเลียต แอนเดอร์สัน พาขึ้นมาแล้วเคาะให้ กอร์ดอน ปาดเรียดไปตรงกลาง จู๊ด เบลลิงแฮม สอดมารับบอลก่อนพาหนีกองหลังขึ้นหน้าแล้วตวัดยิงผ่าน ออร์ยัน นีลันด์ เข้าเสาไกลอย่างสุดยอด

45+4 เบลลิงแฮม สะกิดให้ แฮร์รี่ เคน ทะลุเข้าไปงัดลูกข้ามตัว ออร์ยัน นีลันด์ เข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น แต่ยังไม่ทันได้เฮ ธงล้ำหน้าก็ถูกยกขึ้นเสียก่อน ทำให้ครึ่งแรกผ่านไปด้วยสกอร์ 1-1 แบบลุ้นกันสนุกช่วงท้าย

ต่อครึ่งหลัง อังกฤษ เปลี่ยนสำรอง 2 ราย เดแคลน ไรซ์ กับ มาดูเอเก้ โดนถอดออก เอเบเรชี่ เอเซ่ กับ บูกาโย่ ซาก้า ลงแทน ซึ่ง อังกฤษ มาได้ฟรีคิกระยะน่ารักน่าลุ้นหลังเริ่มไปไม่กี่วินาที แต่ เอเซ่ ดันยิงไปชนตัว กอร์ดอน ออกหลังเสียเฉยๆ

นาที 53 ยูเลียน รีเออร์สัน สาดจากขวามาเสาสอง ฮาแลนด์ ขึ้นโหม่งส่งบอลเข้าหาเสา ตรงนั้นยังมี พิคฟอร์ด ล้มตัวดักไว้ทันอยู่

สองนาทีต่อมา นอร์เวย์ ได้เฮหนสอง จากเตะมุมบอมบ์เข้าใน พาทริค เบิร์ก ตวัดยิงแฉลบไปติดเซฟ พิคฟอร์ด บอลเด้งเข้าทาง ทอร์บียอร์น เฮ็กเก้ม ตวัดซ้ำเข้าประตูไป อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินเช็ก VAR แล้วพบว่ามีการฟาวล์ ฮาแลนด์ ไปผลัก เอลเลียต แอนเดอร์สัน ล้มอย่างชัดเจน ทำให้ประตูถูกริบ และให้เป็น นอร์เวย์ เตะมุมใหม่ คราวนี้โยนมาไม่มีอะไร

เกมครึ่งหลังพลิกเป็น นอร์เวย์ ทำได้ดีกว่าชัดเจน ครองบอลเดินหน้าใส่จน อังกฤษ ต้องตั้งรับเป็นส่วนมาก ก่อนที่นาที 67 ทีมไวกิ้งวิ่งไปเปลี่ยนตัวเพิ่ม อันโตนิโอ นูซ่า กับ ออสการ์ บ๊อบบ์ ลงทำหน้าที่แทนทั้ง ซอร์ล็อธ และ ชเยลเดรุป ด้าน อังกฤษ ก็ให้ รีซ เจมส์ ลงไปแทน กอร์ดอน โดยลงไปยืนกลางรับ พร้อมดัน เอเซ่ ออกซ้าย

นาที 76 อังกฤษ รอดพ้นการเสียประตูอย่างไม่น่าเชื่อ จากเตะมุมทางซ้ายเปิดเข้าไป พิคฟอร์ด ตบไปเข้าทาง เฟดริค เอิร์สเนส ครอสย้ำเข้าหัว คริสตอฟเฟอร์ อาเยอร์ ขวิดระยะจ่อๆ ชนคานเข้าเต็มๆ

เข้าช่วงท้าย เกมยังเป็น นอร์เวย์ โล้ไปโล้มา ดาหน้าเข้าใส่ต่อเนื่อง แต่ถึงทดเจ็บ 90+1 อังกฤษ หวิดได้ส้มหล่นทั้งเข่ง จังหวะเตะเปิดเกมของ ออร์ยัน นีลันด์ โดนอีกหนึ่งสำรอง เจด สเปนซ์ วิ่งปราดเข้าบล็อกเต็มๆ ยังดีบอลเด้งย้อนไม่ตรงกรอบ และจากนั้น 90 นาทีจบลง เสมอกัน 1-1 ต้องต่อเวลาพิเศษครึ่งชั่วโมง

ปรากฏเริ่มเล่นต่อเวลาไปเพียง 3 นาที อังกฤษ แซงนำ 2-1 จังหวะลุยเข้าใส่แบบไม่ให้ นอร์เวย์ ตั้งตัว มอร์แกน โรเจอร์ส อีกหนึ่งสำรอง ตะบันไปจากระยะ 30 หลา นีลันด์ เซฟได้แต่ลูกกระฉอกมาข้างหน้า ก็เสร็จ เบลลิงแฮม ยิงซ้ำดาบสองเข้าประตูไม่เหลือ เป็นประตูที่ 6 เข้าไปแล้วของ JB10 ใน ฟุตบอลโลก 2026

นาที 99 เกมหยุดลงชั่วขณะเมื่อ เจด สเปนซ์ ลุยเข้าเขตโทษไปโดน ออสการ์ บ๊อบบ์ ขัดขาล้ม ทีแรกผู้ตัดสินฝรั่งเศสเป่าเป็นจุดโทษให้กับ อังกฤษ แต่เมื่อเช็ก VAR แล้วลงความเห็นว่าเป็น สเปนซ์ ที่ยืดขาไปขวางคู่แข่ง จึงไม่เป็นจุดโทษ

ครึ่งหลังของการต่อเวลา นอร์เวย์ ถอด ฮาแลนด์ ที่วันนี้ค่อนข้างเงียบ ออกแล้วให้ ยอร์เก้น สตรานด์ ลาร์เซ่น ลงล่าประตูแทน แจต่จังหวะใกล้เคียงประตูยังเป็นของ สิงโตคำราม นาที 109 เจด สเปนซ์ ลากจี้เข้าหน้าเขตโทษแล้วซัดเต็มๆ ติดเซฟ นีลันด์ บอลเด้งมาให้ ซาก้า ยิงย้ำ ยังไม่ผ่านบล็อกนายด่านไวกิ้ง

เข้าสิบนาทีท้ายของการต่อเวลา ทูเคิ่ล เลือกซื้อเกมรับด้วยการส่ง แดน เบิร์น เซนเตอร์แบ็ก 2 เมตร ลงมาช่วยแนวหลังแทน เบลลิงแฮม

นอร์เวย์ พยายามลุยสุดชีวิตในช่วงที่เหลือ แต่ก็ไม่สามารถเจาะหลังบ้าน อังกฤษ ได้เพิ่มเติม สุดท้ายเกมต่อเวลาจบลง อังกฤษ ชนะ 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2026 ไปรอเจอผู้ชนะระหว่าง อาร์เจนติน่า – สวิตเซอร์แลนด์

ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *