บราซิล ไปไม่ถึงฝั่งฝันอีกครั้ง ต้องยอมสยบให้กับทีเด็ดของ เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ ที่เหมาซัด 2 ประตู พา นอร์เวย์ กำชัย 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026
เกมที่ นิวเจอร์ซีย์ สหรัฐอเมริกา เมื่อ 5 ก.ค. คาร์โล อันเชล็อตติ ปรับทัพส่ง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ ลงแทน ลูคัส ปาเกต้า ที่บาดเจ็บ ส่วนอื่นๆ คงเดิม นำโดย วินิซิอุส จูเนียร์, มาเตอุส คุนญ่า, รายัน, บรูโน่ กิมาไรส์, กาเซมิโร่
ด้าน นอร์เวย์ ก็มาด้วยชุดเดิม เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ, อันโตนิโอ นูซ่า, มาร์ติน โอเดการ์ด
เริ่มเกมมาเพียง 2-3 นาทีเท่านั้น นอร์เวย์ ก็เจาะตาข่าย บราซิล เข้าอย่างรวดเร็ว จังหวะทะลุขึ้นไปของ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ ที่จ่ายต่อมาให้ พาทริค เบิร์ก กดเข้าประตู กระนั้นลูกนี้ก็มีธงล้ำหน้าจากผู้กำกับเส้น
จากนั้นนาทีที่ 10 มาเตอุส คุนญ่า พาบอลเข้าไปโดนเสียบล้มโดย คริสโตเฟอร์ อาเยอร์ ตอนแรกผู้ตัดสินชาวอเมริกันปัดไม่ให้จุดโทษ แต่เมื่อเช็ก VAR แล้วก็มาเป่าจุดโทษให้กับทีมแซมบ้า อย่างไรก็ตาม มือสังหารอย่าง บรูโน่ กิมาไรส์ เลือกยิงแปจะให้เข้าเสาขวามือ ตรงนั้นติดเซฟ ออร์ยัน นีลันด์ เข้าเต็มๆ
ต่อมารูปเกมเป็น บราซิล ลุยเสียมาก จน เออร์ลิ่ง เบราท์ ฮาแลนด์ แทบไม่มีโอกาสออกจอ โดยโอกาสตวัดยิงของ ฮาแลนด์ หนแรกมาในนาที 37 แต่ก็ไร้น้ำหนักเข้ามือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ สบายๆ
สามนาทีให้หลัง กองหลังนอร์เวย์ทำเสียบอลจุดอันตรายอีกครั้ง วินิซิอุส จูเนียร์ ล็อกเข้าข้อเท้าซ้ายกดเต็มเท้า ก็ยังคงติดเซฟ ออร์ยัน นีลันด์ ที่เสาแรก
โอกาสทองของ นอร์เวย์ มาตอนทดเจ็บ 45+3 ฮาแลนด์ ปะทะกับ กาเบรียล มากัลเญส ก่อนบอลทะลักเข้าทาง มาร์ติน โอเดการ์ด ตะบันเต็มข้อ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ก็ยังป้องกันไว้ได้ไม่พลาด และครึ่งแรกผ่านก่อนยัง 0-0
เข้าครึ่งหลัง สตาเล่ โซลบัคเค่น กุนซือนอร์เวย์ ปรับส่งสำรองเกมรุกพรวด 2 ราย อันเดรียส ชเยลเดรุป กับ ออสการ์ บ๊อบบ์ ลงแทน อันโตนิโอ นูซ่า และ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ
เกมออกทรงสูสีและที่หดหายไปเห็นๆ คือจังหวะลุ้นสกอร์ จนเกือบครบชั่วโมง อันเช่ ปรับแก้เกมบ้าง ส่ง เอ็นดริค ลงไปเสริมเกมรุกแทน มาเตอุส คุนญ่า
เอ็นดริค ลงสนามไปปุ๊บเกือบพาทีมได้เฮปั๊บ วินิซิอุส จูเนียร์ แทงเปรี้ยงให้หัวหอกวัย 19 หลุดเดี่ยวแบบไม่มีใครวิ่งตาม แต่สุดท้ายแตะบอลห่างตัว แม้พยายามจิ้มสวน ออร์ยัน นีลันด์ ให้ทันก็หลุดกรอบอย่างน่าส่ายหัว
นาที 68 อันเชล็อตติ เปลี่ยนเพิ่มอีก 2 ส่ง เนย์มาร์ กับ ดานิโล่ ลงแทนที่ รายัน และ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่
นอร์เวย์ บุกมาอีกครั้งได้จบในนาที 75 จากการเล่นเกมปะทะของ ฮาแลนด์ แล้วไปจบที่ อันเดรียส ชเยลเดรุป ตะบันเข้าข้อเท้าซ้าย ยังคงไม่ผ่านเซฟของ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ที่เสาแรก
ปรากฏว่าในโอกาสจบหนต่อมา นาที 80 นอร์เวย์ ทำช็อกด้วยการขยับนำ 1-0 อันเดรียส ชเยลเดรุป กระชากขึ้นทางซ้ายแล้วครอสเข้าในแม่นๆ ให้ ฮาแลนด์ โถมเข้าโขกเหนือ กาเบรียล มากัลเญส ระยะแค่ไม่กี่หลา เจอแบบนี้เข้าไป อลิสซอน เบ็คเกอร์ ก็ได้แต่นอนแผ่ บอลลอยเข้าประตูไม่เหลือ นอร์เวย์ นำแล้ว 1-0
ห้านาทีต่อมา บราซิล หวิดเอาคืนได้จากจังหวะมีโชค กองหลังนอร์เวย์สกัดลูกปลิ้นย้อยโด่งจะเข้า แต่ ออร์ยัน นีลันด์ ก็ยังผวาปัดไปชนเสาได้ทัน
แทนที่จะตีเสมอ กลายเป็น นอร์เวย์ ฉีกทิ้ง 2-0 ไปดื้อๆ ก็คนดีคนเดิมนั่นเองอย่าง ฮาแลนด์ ที่รับบอลจ่ายจาก ชเยลเดรุป ที่หน้าเขตโทษแบบไร้ตัวประกบ แล้วง้างยิงด้วยซ้าย บอลพุ่งเข้าเสียบเสาเข้าไปอย่างสุดยอด 2-0 และเป็นประตูที่ 7 ของดาวยิงจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขยับนำดาวซัลโวร่วม บอลโลกครั้งนี้
ท้ายเกมและทดเจ็บที่บวกให้ 7 นาที บราซิล ยังเอาบอลมาทำเกมรุกไม่ได้มากเท่าที่ควร แต่ก็มาได้จุดโทษหน 2 เมื่อ เลโอ ออสติการ์ด ขึ้นเล่นลูกโหม่งไปสับศอกใส่ กาเซมิโร่ ซึ่งจุดโทษ เนย์มาร์ สังหารจมตาข่ายตอนทด 90+10 ไล่มา 1-2 แต่เต็มที่ของ บราซิล ก็ได้เท่านั้น สุดท้ายเกมจึงจบลงด้วยชัยชนะของ นอร์เวย์ 2-1
ทีมไวกิ้งวิ่งสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย เข้าไปรอพบผู้ชนะคู่ เม็กซิโก – อังกฤษ ส่วน บราซิล อกหักตกเพียงรอบ 16 ทีมเท่านั้น และยังคงห่างเหินจากแชมป์โลกสมัยที่ 6 อยู่ต่อไป จากแชมป์สุดท้ายที่คว้ามาได้เมื่อปี 2002
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET