ซูเปอร์ๆๆๆๆๆ ดราม่า เกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ระหว่าง โปรตุเกส กับ โครเอเชีย เมื่อ 2 ก.ค. จบลงแบบที่จะถูกพูดถึงไปตลอดกาล และ โปรตุเกส เป็นฝ่ายกำชัยด้วยประตูช่วงทดเจ็บ 2-1
เกมนี้ โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ กุนซือทัพฝอยทอง มีการปรับแนวรุก ส่ง ราฟาเอล เลเอา ลงตัวจริงมาประสานงานกับ บรูโน่ แฟร์นันเดส, เปโดร เนโต้ และหน้าเป้าคนดีคนเดิม คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ก่อนเกมมีกระแสข่าวว่าจะเลิกเล่นทีมชาติ หลังจบบอลโลกครั้งนี้
ฝั่ง โครเอเชีย ยังคงนำโดยจอมเก๋า ลูก้า โมดริช, อีวาน เปริซิช, มาเตโอ โควาซิช จนถึงหัวหอกตัวเป้า อันเต้ บูดิเมียร์
เริ่มมา 3 นาที เป็น โครเอเชีย ได้จบทักทายก่อน จากการขึ้นเกมทางซ้ายแล้วตบเข้าใน อันเต้ บูดิเมียร์ โฉบเข้าชาร์จตามที่ซ้อมมา แต่ยิงเบาหยองไปเข้ามือ ดีโอโก้ คอสต้า
ไม่ถึงนาทีต่อมา โปรตุเกส เกือบได้เฮเร็วจากจังหวะคล้ายๆ กัน ราฟาเอล เลเอา ทะลุขึ้นทางซ้ายแล้วจ่ายหักมาให้ บรูโน่ แฟร์นันเดส เติมเข้าซัดเน้นๆ ไม่ผ่านเซฟ โดมินิค ลิวาโควิช บอลไม่ตายกลับมาให้ บรูโน่ ซัดซ้ำคราวนี้ติดบล็อกอย่างน่าเสียดาย
เกมเดินเร็วและแลกกันสนุกแบบไม่ติดเบรค นาที 12 โปรตุเกส ได้ฟรีคิกระยะหวังผลเยื้องซ้าย แต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ วิ่งเข้าซัดต่ำไปชนกำแพง กระแทกเป้า มาริน ปอนกราซิช เต็มๆ
โปรตุเกส เก็บบอลไว้บุกได้มากกว่า ส่วน โครเอเชีย รับแน่นไว้ก่อนแล้วพยายามหาโอกาสสวนกลับ ทว่าจังหวะจบจะแจ้งยังขาดหาย ผ่านครึ่งแรกจึงยัง 0-0
ครึ่งหลังเริ่มต้นโดยที่ โครเอเชีย ถอด อันเต้ บูดิเมียร์ ออกไปแล้วให้ อีกอร์ มาตาโนวิช ลงทำหน้าที่แทน ซึ่งทีมตาหมากรุกก็หวิดขึ้นนำในนาที 48 มาเคโอ โควาซิช หลุดเข้าไปแตะหลบ ชูเอา กันเซโล่ แล้วยิงระยะอันตรายติดเซฟ ดีโอโก้ คอสต้า หวุดหวิด
แล้วก็เป็น โครเอเชีย ที่ขยับนำ 1-0 จริงๆ ใมนาที 53 จากการขึ้นเกมสุดเส้นหลังขวาของแบ็กขวา โยซิป สตานิซิช แล้วโยนข้ามฟากมาตกในเขตโทษทางซ้าย อีวาน เปริซิช ที่วันนี้ถอยลงยืนแบ็กซ้าย เติมขึ้นสูงแล้วเก็บได้ก่อนตวัดยิงผ่าน ดีโอโก้ คอสต้า เข้าไปไม่เหลือ
โมเมนตัมเป็นของ โครเอเชีย ชัดเจน อีกแค่ 2 นาทีให้หลังก็ส่งลูกเข้าหนสองได้ จากการซัดของหอกสำรอง อีกอร์ มาตาโนวิช แต่กลายเป็นเฮเก้อ เมื่อมีธงล้ำหน้า
โปรตุเกส หวิดเอาคืนได้เร็วในนาที 57 ราฟาเอล เลเอา สบช่องตะบันเต็มเท้านอกเขตโทษ บอลพุ่งวาบเข้ากระแทกคานบนเต็มใบ ส่วน โครเอเชีย ทำเกมสวนขึ้นไปจบที่ มาร์ติน บาตูริน่า ได้ส่องเน้นๆ คอสต้า ต้องผวาเซฟเอาไว้
นาที 61 โปรตุเกส ได้เฮบ้าง แต่ก็เป็นเฮเก้อด้วยเหมือนกันเมื่อผู้ตัดสินยกธง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ล้ำหน้า ในจังหวะออกตัวก่อนพักบอลลงแล้วดีดสวนทาง โดมินิค ลิวาโควิช เข้าไป
นาทีเดียวให้หลัง โรเบร์โต้ มาร์ติเนซ เลือกทิ้งไพ่สำรับใหญ่ ส่งสำรองลงรวดเดียว 4 คน แบร์นาร์โด้ ซิลวา, ฟรานซิสโก้ คอนไซเซา, เนลซอน เซเมโด้ และ กอนซาโล่ รามอส ลงมา
นาที 65 เกมหยุดลงชั่วครู่ ผู้ตัดสินเช็ก VAR จังหวะเตะมุมของ โปรตุเกส ที่ เรนาโต้ เวก้า โดน นิโกล่า วลาซิช เหนี่ยวล้ม ผลปรากฏผู้ตัดสินเป่าให้เป็นจุดโทษของทีมฝอยทอง และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รับหน้าที่สังหารเข้ากลางประตูไม่พลาด ตีเสมอ 1-1 นาที 68 นับเป็นประตูที่ 3 ของ CR7 ใน ฟุตบอลโลก 2026
แต่สิบนาทีให้หลัง กลายเป็น โครเอเชีย ที่เกือบนำอีกรอบ โควาซิช สบโอกาสส่องไกลผ่านตัว เวก้า ไปชนเสาเต็มๆ บอลไม่ตายยังย้อนกลับมาให้ โควาซิช ยิงรอบสอง คราวนี้ไม่ผ่านมือ คอสต้า แล้วอีกแวบเดียวถัดมา อีกอร์ มาตาโนวิช สลัดหนีตัวบล็อกแล้วซัดเข้าข้อ ก็ยังติดเซฟ คอสต้า อยู่อีก
นาที 80 แฟนโครเอเชีย ได้เฮลั่น เพตาร์ ซูซิช วิ่งทะลุไลน์เข้าไปปาดผ่านมือ คอสต้า เข้าประตู แต่ก็ไม่ได้ประตูเมื่อมีธงยกล้ำหน้า ลักษณะเดียวกับที่ โรนัลโด้ ล้ำก่อนนี้
วินาทีถัดมาปรากฏเป็นการเปลี่ยนตัวครั้งสำคัญ ตัวสุดท้ายของ โปรตุเกส เมื่อ โรนัลโด้ ถูกถอดออกท่ามกลางสีหน้าเซ็งเป็ด โดยเป็น รูเบน เนเวส ลงไปคุมตรงกลาง
เกมถูกทดไปถึง 10 นาที เมื่อมีการหยุดเช็ก VAR หลายจังหวะ ซึ่งเป็น โปรตุเกส ที่มาได้ประตูแซงนำ 2-1 ตอน 90+4 ราฟาเอล เลเอา ครองบอลกราบซ้ายแล้วเลือกสาดเข้าไปตรงกลาง บอลแม่นเป๊ะเข้าหัว กอนซาโล่ รามอส ขวิดจมตาข่าย
แต่ก่อนเกมจะจบด้วยชัยชนะของทัพฝอยทอง โครเอเชีย ก็ลั่นตาข่ายได้ตอน 90+15 บอลบอมบ์เช่นเดียวกัน มาริโอ ปาซาลิช แปะมาให้ ยอสโก้ กวาร์ดิโอล เข้าชาร์จไม่เหลือ ทำแฟนบอลโครแอตทั้งสนามได้เฮสุดชีวิต
อย่างไรก็ตาม ผู้ตัดสินได้รับแจ้งจาก VAR อีกแล้วให้เช็กซ้ำ และปรากฏว่า มาริโอ ปาซาลิช ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า แม้บอลก่อนหน้านั้นจะเป็นการสัมผัสศีรษะ เรนาโต้ เวก้า แต่ก็ถูกตัดสินว่าไม่เจตนา ประตู 2-2 จึงถูกริบไป
สุดท้าย เกมจบลงตอนที่เลย 120 นาทีไปแล้วสำหรับการทดเจ็บ และ โปรตุเกส กำชัย 2-1 โรนัลโด้ และชาวคณะ ยังผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายไปพบกับ สเปน
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET