โฟลาริน บาโลกัน ลงสนามก็ช่วยไม่ได้ สหรัฐอเมริกา พ่ายต่อ เบลเยียม ที่งัดฟอร์มระดับท็อปมากดเจ้าภาพร่วม 4-1 เกมรอบ 32 ทีมสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2026 ช่วงเช้าวันอังคาร 7.7 ตามเวลาไทย
เกมที่ซีแอตเติล เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือฝั่งพญาอินทรี ตัดสินใจส่ง โฟลาริน บาโลกัน กองหน้าตัวเก่งที่ได้รับการปลดแบน รอลงอาญาจากใบแดงเป็นกรณีพิเศษ ลงตัวจริงทันที เคียงข้าง คริสเตียน พูลิซิช, แซร์จินโญ่ เดสท์, เวสตัน แม็คเคนนี่
ด้าน รูดี้ การ์เซีย ปรับทีมแบบไม่แคร์สื่อ ดร็อปทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, เชเรมี่ โดกู หรือ โรเมลู ลูกากู ลงสำรอง เปิดทางให้ โดดี้ ลูเกบาคิโอ, เลอันโดร ทรอสซาร์, นิโกลัส ราสกิ้น, ชาร์ลส์ เดอ คาตาลาเร่อ ลงตัวจริง พร้อมขยับ ยูรี่ ตีเลอมันส์ ขึ้นสูง
เริ่มเกมมา เบลเยียม ลุยใส่ทันที และเกือบนำในเพียง 50 วินาทีเศษ ยูรี่ ตีเลอมันส์ กดติดบล็อกแล้ว ทิโมธี คาสตัน ยิงสวนย้ำไปจาก 30 หลา บอลลอยจะเข้าอยู่เหมือนกันแต่ติดปลายมือ แม็ตต์ ฟรีส
นาทีที่ 8 เบลเยียม พลาดโอกาสทองอย่างน่าเสียดาย จังหวะลุยขึ้นสุดทางฝั่งขวา ทิโมธี คาสตัน ตบเข้ามาให้ ยูรี่ ตีเลอมันส์ ที่ยืนโล่งๆ เข้าชาร์จพลาด โดนลูกไม่เต็มจนเสียจังหวะไปเสีย
กระนั้นหนึ่งนาทีให้หลัง เบลเยียม ก็เจาะประตู 1-0 ได้สำเร็จจริง คราวนี้เปลี่ยนฝั่งในการขึ้นเกมรุก เลอันโดร ทรอสซาร์ เปิดจากซ้ายแล้วกองหลังสหรัฐฯ โหม่งสกัดกันไม่ขาด นิโกลัส ราสกิ้น เก็บได้แล้วปาดไปหน้าปากประตู ตรงนั้นมี CDK ชาร์ลส์ เดอ คาตาลาเร่อ เข้าชาร์จสบายๆ และไม่ล้ำหน้า เปิดสกอร์นำ 1-0 ในเพียงนาทีที่ 9
เกมหยุดลงชั่วครู่ในช่วงนาที 17 เมื่อ อมาดู โอนาน่า กลางเบลเยียม มีปัญหาบาดเจ็บ ซึ่งที่สุดต้องกะเผลกออก และให้ ฮานส์ ฟานาเก้น ลงไปแทน
เกมยังเป็น เบลเยียม ที่ครองบอลเหนือกว่าชัด 60:40 ส่วน สหรัฐฯ ต้องพยายามวิ่งไล่บอล ตั้งรับ และหาช่องสวนนานๆ ครั้ง อย่างไรก็ตาม หลังเบรคให้น้ำ นาที 31 สหรัฐฯ มาได้ฟรีคิกระยะอันตรายหน้าเขตโทษตรงกลาง ปรากฏ มาลิค ทิลล์แมน ซัดไปแฉลบกำแพง ลูกเปลี่ยนทางผลุบเข้าประตูโดยที่ ติโบต์ กูร์กตัวส์ หลงทาง สหรัฐอเมริกา ตีเสมอ 1-1
แต่กระนั้น เบลเยียม ก็ขยับนำ 2-1 อย่างรวดเร็วในเพียง 2 นาทีให้หลัง ตีเลอมันส์ ป้ายออกซ้ายให้ ทรอสซาร์ ตวัดเปิดจากซ้ายมาตรงกลาง ชาร์ลส์ เดอ คาตาลาเร่อ ทิ่มเข้าโขกบอลจมตาข่ายอย่างยอดเยี่ยม
ท้ายครึ่งแรก นาที 43 เบลเยียม หวิดฉีกเม็ดสามด้วยจากฟรีคิกบอมบ์เข้าใน โดดี้ ลูเกบาคิโอ ลอยตัวเข้าโหม่งแบบไร้ตัวประกบ แต่สะบัดหลุดเสาไปเองอย่างน่าเสียดาย ส่วนช่วงทดเจ็บ โฟลาริน บาโลกัน สบโอกาสตวัดยิงระยะ 5 หลา เสยข้ามคานอย่างน่าเสียดายยิ่งกว่า ทำให้ครึ่งแรกจบลง เบลเยียม นำหน้า 2-1
ครึ่งหลัง โปเช็ตติโน่ ปรับส่ง โจวานนี่ เรย์น่า ลงเดินเกมรุกแทน แซร์จินโญ่ เดสท์ ที่ไม่ค่อยมีบทบาท และเกมก็ดูสูสีขึ้นกว่าเดิม สหรัฐฯ เอาบอลมาทำเกมรุกใส่ได้มากขึ้่น
แต่แล้วปรากฏจู่ๆ เบลเยียม ก็พังประตู 3-1 ได้เฉยเลยในนาที 57 แม็ตต์ ฟรีส นายทวารสหรัฐฯ ออกมาตัดบอลนอกเขตโทษแล้วงึกงักๆ จ่ายติด เดอ คาตาลาเร่อ บอลย้อนไปเข้าทาง ฮานส์ ฟานาเก้น ยิงเร็วทันทีจาก 35 หลา บอลลอยเข้าประตูอย่างไม่พลาดเป้า
หลังเสียประตู โปเช็ตติโน่ ต้องเปลี่ยนสำรองรายที่ 2 เซบาสเตียน เบอร์ฮัลเตอร์ ลงแทน คริสเตียน พูลิซิช ที่มีปัญหาบาดเจ็บกำเริบ ซึ่งดาวเตะจาก เอซี มิลาน ก็ออกไปนั่งร่ำไห้ข้างสนามอย่างผิดหวังกับตัวเอง
ส่วนทาง เบลเยียม ก็มีการหย่อนดาวดังทั้ง เชเรมี่ โดกู กับ โรเมลู ลูกากู ลงมาเสริมเกมในนาที 67 แทน ลูเกบาคิโอ กับ เดอ คาตาลาเร่อ ที่มี 2 ประตู 1 แอสซิสต์ในวันนี้
เข้าช่วงท้ายเกม สหรัฐฯ ยังบุกไม่ค่อยขึ้นแม้ต้องการอีก 2 ประตู โดยนาที 82 บาโลกัน ทะลุเข้าส่องเต็มเท้าทางซ้ายเขตโทษ แต่ไม่เกินมือ กูร์กตัวส์ เซฟพ้นไป
สำคัญคือทดเจ็บ 90+3 เบลเยียม ยังมาปิดกล่อง 4-1 ด้วย จากความผิดพลาดของ คริส ริชาร์ดส์ บ้างที่จ่ายติดบล็อก เสร็จ โรเมลู ลูกากู กดเปรี้ยงเสียบเสาไกล
จบเกม เบลเยียม ชนะขาด 4-1 ผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปดวลตัวเต็งอย่าง สเปน ด้าน สหรัฐฯ ตกรอบ เท่ากับ 3 เจ้าภาพ สหรัฐอเมริกา – แคนาดา – เม็กซิโก ตกรอบ 16 ทีมสุดท้ายนี้ทั้งหมด
ติดตามข่าวสารฟุตบอลโลก FIFA World Cup 2026 แบบไม่มีตกเทรนด์ ได้ทุกวัน ที่นี่ Powered by 12BET